" ไม่มีใครในโลกที่ปราศจากความเครียดไปได้ แม้ว่าปัญหาต่างๆที่ถาโถมเข้ามา จะทำให้คุณต้องคิด ต้องรับผิดชอบ ต้องแก้ปัญหา แต่ถ้าหากคุณ “เอาไม่อยู่” ก็อาจทำให้เกิดภาวะ “สติแตก..ปรี๊ดแตก..แอ๊บแตก ฯลฯ” สุดแท้แต่จะหาคำนิยามได้ ซึ่งนอกจากคุณจะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมาให้เป็นที่ครหาของผู้คนรอบข้างแล้ว ก็อาจทำให้เกิดความเสียหาย และขาดความเคารพนับถืออีกด้วย สำหรับคอลัมน์นี้ผมขอแนะนำวิธีที่จะช่วยให้คุณ “เอาอยู่” ในการจัดการความเครียดด้วยคาถาง่ายๆต่อไปนี้ครับ.. "



5 คิด

คิดในแง่ยืดหยุ่นให้มากขึ้น อย่าเอาความคิดส่วนตัวเที่ยวไปวัดหรือตัดสินความถูกผิดของคนอื่น อย่าเอาแต่จับผิดคนอื่นตลอดเวลา รู้จักปล่อยวาง ผ่อนหนักผ่อนเบา ให้อภัย ลืมมันไปเสียบ้าง แล้วความเครียดจะน้อยลง หรือไม่มีความเครียดเลย

คิดอย่างมีเหตุผล อย่าเป็นคนหูเบา เชื่ออะไรง่ายๆ แล้วเก็บมาคิดวิตกกังวลเป็นทุกข์ เป็นร้อน พยายามใช้เหตุผล ไตร่ตรองปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาอย่างรอบคอบ

คิดหลายๆแง่มุม การมองหรือคิดอะไรด้านเดียวมักขาดทุน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วน มีทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงต้องมองและคิดให้รอบด้าน จะได้เข้าใจเหตุการณ์ตามความเป็นจริงจิตใจจะได้ไม่ทุกข์

คิดแต่เรื่องดีๆ แม้ชีวิตจะมีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากันอยู่เสมอ แต่เราไม่จำเป็นจะต้องจดจำแต่เรื่องร้ายๆ หรือเรื่องผิดหวัง สิ่งดีๆในชีวิตต่างหากที่ควรจดจำและระลึกถึงบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในชีวิตที่ผ่านมา คำชมเชยที่ได้รับ ความมีน้ำใจของเพื่อน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณมีกำลังใจต่อสู้กับอุปสรรคได้ต่อไป

คิดถึงคนอื่นบ้าง อย่าคิดหมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากนัก เปิดใจรับรู้ความเป็นไปของคนใกล้ชิด หรือปัญหาของคนอื่นในสังคมบ้าง บางทีคุณอาจจะพบว่าปัญหาที่ตัวเองเจอะเจอนี้ ช่างเล็กน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับปัญหาของคนอื่นๆ แล้วหากคุณสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้บ้าง จิตใจก็จะเกิดความสุข


3 มอง

มองหาใครสักคนที่รับฟังคุณได้ คุณควรมีคู่คิดไว้เพื่อปรึกษาและระบายความกดดันที่มีอยู่ เพราะบางครั้งคุณไม่อาจแสดงออกได้อย่างเสรีต่อหน้าคนอื่น ความที่ต้องอดทนอดกลั้นอาจกลายเป็นความกดดันให้คุณต้องพบกับความเครียด ผู้ที่สามารถรับฟังคุณได้ อาจเป็นสามี ภรรยา หรือเพื่อนสนิทที่รู้ใจก็ได้

มองว่าวันนี้ยังไงก็ต้องผ่านไป วันเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง วันนี้จะกลายเป็นอดีตในวันพรุ่งนี้ ความสุขและความทุกข์ของคนเราเมื่อมีเกิดขึ้นย่อมมีวันดับไปสลับกันเช่นนี้ไปชั่วชีวิตตราบที่มีลมหายใจอยู่

มองวันข้างหน้าว่าต้องมาถึง ดวงอาทิตย์มีขึ้นแล้วมีลับจากไป เป็นเช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุด หากวันนี้มีความทุกข์ ให้คิดว่าพรุ่งนี้ยังมีวันใหม่เสมอ เพียงแต่ขอให้คุณมีความหวัง และมีความกล้าที่จะเผชิญกับปัญหาในวันรุ่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โอกาสย่อมเป็นของคุณ


2 ให้

ให้เวลากับปัญหาถ้าถึงทางตัน คุณควรปล่อยใจออกจากเหตุการณ์ปัญหาสักระยะ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการให้เวลากับมัน เพราะหากคุณฝืนดันทุรังไป ก็สร้างความเครียดให้ทรมานใจเปล่าๆ คิดเสียว่า ยังไงก็ต้องแก้ได้ไม่ช้าก็เร็ว

ให้ตั้งสติเมื่อมีปัญหา กล้าเผชิญกับปัญหา ไม่มีวิธีการใด แก้ปัญหาได้โดยไม่รับรู้และเข้าใจในปัญหานั้น คุณควรเรียงลำดับความสำคัญของปัญหา เพื่อนำมาพิจารณา ไม่ควรเผชิญกับปัญหาทั้งหมดพร้อมๆกัน เพราะจะสูญเสียพลังในการแก้ปัญหาไปมาก เริ่มไปทีละเรื่อง เดี๋ยวก็หมดเอง….


เรียบเรียงจาก:http://www.doctor.or.th